|
สัมภาษณ์ชมัยภร
วันเกิดที่ผ่านมา (๕ มิถุนายน)ทำอะไรบ้าง
อดอาหารค่ะ เนื่องจากตามหลักพุทธศาสนา การอดอาหารเป็นการทำบุญอย่างยิ่ง พอดีปีนี้เป็นปีที่ครบ ๑๐๐ ปีท่านอาจารย์พุทธทาส จึงตั้งใจอดอาหารในวันเกิดเป็นการทำบุญถวายท่าน
ทำเป็นครั้งแรกหรือคะ
ไม่ใช่ เคยอดอาหารมาบ่อย ๆ แต่อดอาหารครั้งแรกเลยคือเมื่อวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๓๑ ซึ่งเป็นวันล้ออายุท่านอาจารย์พุทธทาส ตอนนั้น ดิฉันมีทุกข์สาหัสในชีวิต กำลังมองหาคำตอบชีวิตไปเรื่อย ๆ พอได้ยินว่าเขาอดอาหารวันเกิดท่านอาจารย์กัน ก็ทดลองอดด้วย ครั้งแรกจิตก็หิวมาก กลัวมาก กลัวจะเป็นโรคกระเพาะ แต่อดครั้งต่อ ๆมาก็เรียนรู้ไปเรื่อย ๆว่าไม่เป็นอะไรหรอก คิดไปเอง
จะอดต่อไปอีกไหมคะ
อดค่ะ แต่ไม่ตั้งเป็นกฎว่าทุกเดือน ทุกสัปดาห์อะไรแบบนี้ เพราะตั้งแล้วมักจะลืม ทำให้เสียกฎ
คนจีนเขาถือว่าวันเกิดต้องกินอิ่มหนำสำราญ จงจะดีมีกินร่ำรวย คุณชมัยภรอดอาหารวันเกิด แล้วไม่กลัวจนหรือคะ
(หัวเราะ)ไม่กลัวหรอกค่ะ จนอยู่แล้ว คงไม่จนไปกว่านี้หรอก (๕๕๕)
ตอนนี้มีผลงานอะไรบ้าง ลงที่ไหน
ก็มีนวนิยายเรื่องของชายชื่อกนกสามคน ในสกุลไทย เรื่องคุณยายหวานซ่าส์ส์ส์ ก็ในสกุลไทย เรื่องนี้จบพอดี เรื่องใหม่คือ อลวนบนหลังคา ส่วนในขวัญเรือนชื่อ รังนกบนปลายไม้ อ้อ มีแถม ในยัวร์เพ็ท เรื่อง โลกของเจ้าตัวเล็ก เป็นคอลัมน์หมาแมว ตอนนี้เป็นเรื่องของพี่เครากับน้องนวล ที่เลี้ยงหมาชื่อซีเซ็กฉ่ายและแมวชื่อถ่านหุงข้าว เขียนล้อสัตว์เลี้ยงบ้านตัวเองและบ้านลูก
เรื่องรังนกบนปลายไม้ มีขาวว่าได้สร้างเป็นละครแล้ว ทำไมเร็วจัง เพราะในขวัญเรือนยังไม่จบนี่คะ
กำลังจะจบแล้วค่ะ จบเดือนกรกฎาคมนี้แหละค่ะ คุณปิ่นทีวีซีนเขาชอบบุคลิกตัวละครมาก เลยขอซื้อก่อน ดิฉันก็เลยเร่งเขียนให้จบไปนานแล้ว
แล้วต่อเรื่องอะไรคะ ในขวัญเรือน
ตั้งใจว่าจะเขียนเรื่องชื่ออย่างนี้ค่ะ ไม่รู้รับได้เข้าใจหรือเปล่า ขอ-โทษ-พ่อ เป็นไงคะ
แปลว่าอะไร
ก็แปลว่า ขอโทษค่ะ พ่อ ก็ได้ หรือจะแปลว่า ทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี่ฉันโทษพ่อก็ได้
แปลก !
แต่เรื่องไม่แปลกหรอกค่ะ พ่อกับลูกสาว เขียนบ่อย
เรื่องคุณยายหวานซ่าส์ส์ส์นี่ได้มาจากไหน มาจากตัวเองหรือเปล่า
แอบเอาเรื่องแม่ตัวเองมาเขียนค่ะ ปีนี้ท่านแปดสิบสามแล้ว คุยโทรศัพท์กันทุกวัน แม่ไม่อ่านแล้วค่ะ แต่รู้ว่าเอาไปเขียน เพราะมีเพื่อนวัยแปดสิบห้ายังอ่านอยู่เขาโทรศัพท์มาบอก แต่มันเป็นจินตนาการนะคะ จึงไม่จริงทั้งหมด มีเสริมเติมแต่งไปตามเรื่อง
แล้วเรื่องชายชื่อกนกสามคนล่ะคะ มาจากไหน
เรื่องนี้เดิมมาจากความคิดว่า มีคนชื่อธเนศมากเหลือเกินในสังคมไทย ก็จะเขียนว่า เรื่องของชายชื่อธเนศสามคน แต่พอลงมือเขียนแล้วเกรงใจคนชื่อธเนศเพราะก็เพื่อน ๆน้อง ๆ ทั้งนั้น กลัวเขาจะมาจับจ้องหาว่าเอาเรื่องของเขาไปเขียน ก็เลยเปลี่ยนเป็นกนก คือเปลี่ยนจากเงินเป็นทอง แต่เค้าโครงเรื่องเอามาจากเรื่องเล่าเชิงรำพึงของอาจารย์รุ่นน้องคนหนึ่งก่อนการประชุมครั้งหนึ่ง เขาเล่าขึ้นมาเฉย ๆ ทำให้เกิดแรงบันดาลใจอยากเขียน ไม่เกี่ยวกับกนกสรยุทธหรอก แต่เป็นคนชอบชื่อกนกพอสมควร
ทราบว่าได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยราชภัฎนครสวรรค์ ทำไมได้รับจากนครสวรรค์ล่ะคะ ช่วยเล่าที่มาที่ไปหน่อย
สงสัยว่าจะเป็นเรื่องศรศิลป์มันกินกันน่ะค่ะ เคยไปพูดให้ราชภัฎนครสวรรค์บ่อย ๆ และอาจารย์ภาควิชาภาษาไทยท่านก็ติดตามการทำงานของดิฉันอย่างจริงจัง คงเห็นว่าทำงานเยอะ ทำงานจริง ท่านก็เลยเสนอขอให้ ดิฉันก็ไม่รู้จะตอบคำถามนี้ว่าอย่างไร แต่ทางมหาวิทยาลัยบอกว่า เขาจะขอให้ใครก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่อยู่ในท้องถิ่นตนเอง ขอให้เป็นคนที่ทำประโยชน์ให้แก่สังคม มีความรู้ ความสามารถตรงตามหลักเกณฑ์ก็แล้วกัน ก็ต้องขอขอบคุณมาก ๆ เพราะทำให้มีกำลังใจที่จะทำงานต่อไปมหาศาล
บรรยากาศในการรับปริญญาครั้งที่สองนี้เป็นอย่างไรคะ
โอย ตื่นเต้นมาก เพราะต้องกลับไปนุ่งกระโปรงอีกครั้งหนึ่ง เหมือนเด็ก ๆ ตัวก็เล็กอยู่แล้ว ดูข้างหลังก็พอทน พอหันหน้ามาก็คงตกใจ ทางราชภัฎนครสวรรค์ก็ดูแลอย่างดี ส่งอาจารย์ภาณุพงษ์ คงจันทร์ ซึ่งเป็นอาจารย์ที่นั่น แต่เป็นนักเขียนนักวิจารณ์ในแวดวงของเราด้วยมาเป็นญาติคอยดูแล เพราะไม่มีญาติขึ้นไปด้วย เนื่องจากทุกคนติดงานและมันก็ไกลด้วยนะคะ รับที่เชียงใหม่โน่น แต่ก็มีน้องนักเขียนที่เชียงใหม่ไปดูแล คุณกุ้ง เขมชาติ คอยรับคอยส่งเหมือนลูกชาย มีวัน
ณ จันทร์ธารกับสามีมาช่วยด้วย และหลังรับพระราชทานปริญญาแล้ว ก็ได้ไปเยี่ยมพี่ปุ๊ รงค์ วงษ์สวรรค์ พี่เทพศิริ สุขโสภา และไปรับเลี้ยงจากคุณจี๋ บุษกร พิชาทิตย์ ได้พบเพื่อนรักสมัยเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาคือคุณผุสดี นาวาวิจิตด้วย สนุกสนานมาก
อย่างนี้เขาเรียกว่าด็อกเตอร์หรือเปล่าคะ
ด็อกเตอร์กิตติมศักดิ์เขาไม่เรียกกันหรอกค่ะ อย่าเรียกนะคะ
ปัจจุบันทำงานอย่างไร เขียนหนังสือตอนไหน มีกิจกรรมอะไรอื่นอีกบ้าง
ก็ทำงานทุกเวลาที่ว่าง คือดิฉันเป็นคนที่มีกิจกรรมเยอะ ใครเชิญชวนไปทำอะไรก็ยินดีรับทำให้ถ้าว่าง เพราะเราเป็นนักกิจกรรมมาก่อน เข้าใจความรู้สึกของคนทำกิจกรรมดี พอรับปากไปแล้ววาจะไปช่วยทำอะไรก็จะจัดเวลาให้ และกลับมาปรับเวลาการทำงานของตนเองใหม่ จะจัดระเบียบการทำงานไปตามความเร่งด่วน นวนิยายเรื่องไหนต้องเขียนก่อนเขียนหลัง ก็จัดลำดับไว้ แต่ไม่ได้เขียนทีเดียวจบเรื่อง แต่ใช้วิธีเขียนทีละมาก ๆ เพื่อตุนไว้ ทำงานได้ทุกเวลา เช้าสายบ่ายเย็น ยกเว้นเวลาง่วง
นอนเลย เวลาทำงานก็ไม่นั่งจมอยู่กับคอมพิวเตอร์นาน ๆ เพราะจะเครียดหรือไม่ก็ปวดไหล่ จะใช้วิธีทำไปสักสิบห้านาทีถึงครึ่งชั่วโมงแล้วก็ลุกขึ้นไปเดิน ไปล้างชาม ไปกินขนม ไปดูทีวี ทะเลาะกับหมา คุยกับแมว จากนั้นก็หมุนวนกลับมาทำใหม่อีกสิบห้านาทีหรือครึ่งชั่วโมงอย่างนี้เรื่อยไป ถ้ามีเวลาว่างสักสองสามวันติดกัน ใครมาแอบดูก็จะเห็นดิฉันเป็นอย่างนี้ อ้อ ตอนเย็นสักห้าโมงถึงหกโมงเย็นก็ต้องขี่จักรยานออกจากบ้านไปตลาดที่อยู่ใกล้ ๆด้วยนะ ไปช้อปปิ้งของกิน ทั้งที่กินอะไรจริงจังก็ไม่ได้ แต่ชอบซื้อมาก สนุก วันไหนไม่ได้ชมตลาด รู้สึกว่าโลกไม่โส
า
รายการวิทยุยังทำอยู่หรือเปล่าคะ
ทำค่ะ ชื่อรายการโลกวรรณกรรม ทางสถานีวิทยุศึกษา เอฟ.เอ็ม ๙๒ เม็กกะเฮิร์ทซ์ วันอาทิตย์เวลาบ่ายโมงครึ่ง เอ.เอ็ม ก็ฟังได้นะคะ ๑๑๖๗ กิโลเฮิร์ทซ์ จัดกับคุณแม้ว คนรักแมว เวลาชั่วโมงหนึ่ง พูดถึงวรรณกรรมในอดีตครึ่งชั่วโมง วรรณกรรมปัจจุบันอีกครึ่งชั่วโมง คุณแม้วก็แนะนำหนังสือ และสำรวจหนังสือฝากท่านผู้ฟังด้วย ก็สนุกดี เป็นการบังคับให้ตัวเองต้องอ่านหนังสือทุกสัปดาห์เพื่อไปจัดรายการ เรียกว่ามีวินัยขค้นเยอะมาก
รายการโทรทัศน์ล่ะ
มีบ้างไม่มีบ้างค่ะ เพราะเป็นรายการของมหาวิทยาลัยรามคำแหง ทางช่อง ๑๑ ที่เขาให้แนะนำหนังสือธรรมะดี ๆ ย้ายเวลาบ่อย จนป่านนี้ได้ข่าวว่าไปอยู่ตอนกลางคืนแล้ว บางทีมี บางทีไม่มี แล้วแต่ว่าจะถูกการเมืองเบียดหรือเปล่า
ทราบว่าไปช่วยโครงการ ๑๐๐ ปีศรีบูรพา (กุหลาบ สายประดิษฐ์)
ใช่ ไปช่วยเป็นกรรมการอำนวยการ และเป็นอนุกรรมการและเลขานุการฝ่ายประสานงาน ก็ทำงานหนักเพราะไม่ค่อยมีคนทำงาน งานผ่านไปแล้วเรียบร้อย ได้หนังสือระลึก ๑๐๐ ปีศรีบูรพามาเป็น ๑๐กว่า เล่ม ดิฉันไปเขียนเอง ๑ เล่มคือ กุหลาบแห่งแผ่นดิน เขียนเป็นสารคดีชีวประวัติของครูกุหลาบ และก็เป็นบรรณาธิการให้อีก ๒ เล่มคือ ต่อคิด สานฝัน ศรีบูรพา ๑ เล่ม เล่มนี้ของกองทุนศรีบูรพา และ วิถีกุหลาบ สายประดิษฐ์ สืบชีวิตศรีบูรพา อีก ๑ เล่ม เล่มนี้ของคณะกรรมการอำนวยการร่วมกับกองทุนศรีบูรพา
อ้อ แล้วก็ยังเขียนนวนิยาย(ส่วนตัว)ตีพิมพ์ในนิตยสาร โดยอาศัยแรงบันดาลใจจากประวัติศรีบูรพาอีก ๑ เล่มคือ กุหลาบในสวนเล็ก ๆ
ได้ผลมากน้อยแต่ไหน
คิดว่าดีทีเดียว เพราะการจัดกิจกรรม ๑๐๐ ปีศรีบูรพา นั้น นอกจากการจัดงานหลักที่ส่วนกลาง ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์แล้ว ทางโครงการได้มีการจัดสัญจรไปตามภูมิภาคด้วย อาทิ ทางเหนือไปจัดที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทางใต้ไปจัดที่มหาวิทยาลัยทักษิณ ทางภาคกลางไปจัดที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี ทางภาคอีสานไปจัดที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม แต่ละแห่งก็ตื่นตัวดี และผลพวงที่ได้คือการทำงานของนักวิชาการทางวรรณกรรม วิทยากรแต่ละคนที่ขึ้นอภิปราย ได้พูดถึงศรีบูรพา
มีทั้งแง่มุมใหม่และมีทั้งที่วิเคราะห์ลงลึกอย่างละเอียด เป็นหลักเป็นฐานมากขึ้น แล้วเราก็รวบรวมเป็นหลักเป็นฐานไว้ด้วย คนรุ่นใหม่ที่ไม่รู้จักกุหลาบ สายประดิษฐ์ หรือ ศรีบูรพา แค่อ่านงานพวกนี้ก็จะเห็นภาพและรู้จักท่านดีและชัดเจนทีเดียว
แล้วงานที่มูลนิธิสุภาว์ เทวกุลฯ
ก็ยังทำอยู่ค่ะ เป็นเลขานุการ จัดให้มีการประกวดวรรณกรรมรางวัลสุภาว์ เทวกุลฯ ทุกปี ปีนี้เป็นการประกวดเรื่องสั้นค่ะ หมดเขตเดือนพฤศจิกายน และก็วางโครงการไว้ว่า อาจจะทำกิจกรรมอื่นเพิ่มขึ้นอีก เช่น การอบรมฯ
ส่วนงานสมาคมนักเขียนฯได้ไปช่วยอะไรบ้างหรือเปล่าคะ
ก็เป็นสมาชิกที่ดี ไปร่วมกิจกรรามบ้าง ช่วยเป็นวิทยากรให้บ้างแล้วแต่จะใช้งาน
มีหลายคนบอกว่าอยากให้เป็นนายกสมาคมนักเขียนฯ เห็นว่าอย่างไร(อิ อิ)
งานสมาคมนักเขียนฯเป็นงานอาสาสมัคร และก็เป็นงานเก่าที่เคยทำมาก่อน หากจำเป็นไม่มีใครอาสาทำก็ยินดี แต่ถ้ามีคนยินดีทำอยู่ ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ชมัยภรหรอกค่ะ
ช่วงนี้มีกิจกรรมนักเขียน ๑๐๐ ปีหลายคน อยากให้พูดถึงตรงนี้หน่อย
มีหลายคนจริง แต่ก็จะทยอยมาถึงเป็นปี ๆไป และคิดว่าองค์กรที่เกี่ยวข้องทั้งหลายน่าจะจัดงานระลึกถึงท่านเหล่านั้น แต่อยากให้เป็นทั้งภาพรวมและรายย่อย โดยให้เนื้องานเป็นเอกภาพกันด้วย จะได้เป็นประโยชน์แก่วงการ เหมือนที่เราจัดให้ ๑๐๐ ปีศรีบูรพา หรือ ๑๐๐ ปี ท่านอาจารย์พุทธทาส น่าจะมีตัวตั้งตัวดีนะคะ ถ้าไม่เป็นสมาคมนักเขียนฯ ก็น่าจะเป็นเครือข่ายนักเขียน ดีมั้ย
๑๐๐ ปีท่านพุทธทาส ช่วยทำอะไรบ้าง
ก็เขียนนิทานให้มูลนิธิเด็กไปแล้ว ร่วมเฉลิมฉลอง ๑๐๐ ปีท่านพุทธทาส แต่ก็มีนวนิยายเยาวชนอีกเรื่องหนึ่งเขียนให้คณะอนุกรรมการที่จัดทำหนังสือ ที่มีคุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์ เป็นประธาน ชื่อเรื่อง เที่ยวบินยามเช้า เป็นนวนิยายเยาวชน เขียนเสร็จแล้ว กำลังส่งให้อาจารย์อัจฉรา ประดิษฐ์ ตรวจแก้อยู่
ในสายตาคุณชมัยภร มองวงการวรรณกรรมช่วงนี้ว่าอย่างไรบ้าง
ก็มีการเคลื่อนตัวไปตามยุคตามสมัย ภาพรวมของสังคมใหญ่หลอกลวง วงการวรรณกรรมก็อาจจะหลอกลวงด้วย ภาพรวมเห็นแก่เงิน วงการก็อาจจะเห็นแก่เงินด้วย มันแยกกันยากเพราะมีกระแสสังคมเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่กระนั้น คนที่รู้ทันก็ต้องตั้งตัวให้ดี ๆ อย่าท้อแท้ไปเสียก่อน เพราะสังคมไทยจะพลิกผันอีกมาก
ช่วงนี้มีหนังสืออะไรจะแนะนำบ้าง ที่ไม่ใช่หนังสือของชมัยภร
อ่านไปเถอะค่ะ ทั้งนักเขียนไทยและนักเขียนเทศ หยิบเล่มไหนมาอ่านสนุกทั้งนั้น ถ้าเราอ่านด้วยการพินิจพิจารณา ล่าสุดนี้ดิฉันอ่าน หญิงข้างถนน ของขจรฤทธิ์ รักษา อ่านแล้วก็ชอบใจ ที่เขาเป็นชายแต่มาเขียนแทนหญิง ทำให้ย้อนระลึกไปถึงเรื่องชายวัยกลางคนของเขา ขจรฤทธิ์มีอะไรดี ๆให้ต้องถกเถียงเยอะเหมือนกันนะคะ เสียดายแต่ยังไม่ได้ถกกับใครสักที วันหลังตั้งวงเสวนาถกกันดีกว่า ดีมั้ย
คิดอย่างไรกับการที่รางวัลซีไรต์มันเงียบลง ๆ ดูเหมือนจะไม่ค่อยได้รับความสนใจ
ก็ไม่ค่อยเงียบหรอกนะคะ ซีไรต์เป็นรางวัลที่ติดตลาดแล้ว อย่างไรก็มีคนสนใจ ดิฉันไม่ห่วงอะไร มันอยู่ของมันเป็นกิจวัตรแล้ว จะพัฒนาหรือไม่พัฒนาก็ไม่เป็นไร วิเคราะห์วิจารณ์กันได้
รางวัลสัปดาห์หนังสือมีผลต่อคนอ่านหรือเปล่า ในฐานะที่เพิ่งได้รับรางวัลจากเรื่อง เด็กหญิงแห่งกลางคืน
คงมีบ้าง แต่ไม่มากนัก การได้รางวัลสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ มีผลดีอย่างยิ่งต่อการเผยแพร่หนังสือสู่ห้องสมุด แต่ก็ยังคิดไม่ออกว่า ถ้าห้องสมุดถูกบล็อกแล้วจะทำอย่างไร
ตอนนี้ความหวังของวรรณกรรมไทยอยู่ที่อะไร หรือมองว่านักเขียนคนไหนเป็นความหวังของคนรุ่นใหม่
โอย คำถามยาก ไม่อยากพูดว่าฝากความหวังไว้ที่ใคร อยากพูดว่า คนที่รู้เท่าทันสังคมเท่านั้นที่เราจะฝากความหวังไว้ด้วย ไม่เฉพาะแต่นักเขียน แต่รวมหมายไปถึงนักอ่าน และนักเรียน นิสิตนักศึกษาด้วย ตอนนี้สังคมบ้านเรามาถึงทางตันแล้ว คนที่คิดแต่จะโกหกหลอกลวงก็สามารถพลิกเอาตัวเองขึ้นมาเป็นคนดีให้คนอื่นเชิดชูได้ มันน่าขยะแขยง หากสิ่งเหล่านี้ถูกคนไร้เดียงสามอง เขาก็จะมองไม่เห็นอะไร แต่ถ้านักเขียนรู้เท่าทันสิ่งต่าง ๆเหล่านี้ ผลงานที่สร้างสรรค์ขึ้นก็ย่อมช่วยแก้ไข
บันทึก เป็นหลักเป็นฐานได้ ดิฉันยังเชื่อมั่นในท่านอาจารย์พุทธทาส ถ้าศีลธรรมไม่กลับมา โลกาจะวินาศ เพราะฉะนั้น นักเขียนคนใดก็ตามที่ยึดศีลธรรม ไม่หลอกลวง ยืดอกได้บนถนนวรรณกรรมอย่างเต็มภาคภูมิ ทั้งคนเขียนและทั้งผลงาน นั่นคือความหวังของดิฉัน
มีอะไรฝากถึงนักอ่าน
ฝากไปเยอะแล้ว แต่ขอฝากอีกสักครั้งว่าตัวหนังสือรอคุณอยู่
ฝากถึงนักเขียนรุ่นใหม่
ขอให้เดินตามขั้นบันไดอย่างมีความสุข รออ่านอยู่ค่ะ เวลามีผลงานใหม่ ๆดี ๆ รู้สึกมีความสุขค่ะ
|